Fri. May 27th, 2022

ขายฝากบ้าน

ขายฝากบ้าน

ขายฝากบ้าน “ขายฝาก”เป็นสัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของในทรัพย์สินสิตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายบางทีอาจไถ่ทรัพย์สมบัตินั้นคืนได้ข้อตกลงขายฝากเป็นคำสัญญาที่กรรมสิทธิ์ในเงินเป็นของผู้รับซื้อฝากเมื่อลงบัญชี ซึ่งคนขายฝากจะได้รับเจ้าของในที่ดินคืนได้จะต้องขอไถ่คืนด้านในตั้งเวลาสัญญาขายฝาก หรือภายในระยะเวลาที่ข้อบังคับกำหนด กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์มีระบุ 10 ปี แล้วก็ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์มีกำหนด 3 ปี นับตั้งแต่วันทำข้อตกลงสรุปสาระสำคัญของกฎหมายขายฝากใหม่ ปี 2562 ดังต่อไปนี้

ขายฝากบ้าน

1. ช่วงเวลาคำสัญญาขายฝากห้ามต่ำลงยิ่งกว่า 1 ปีตั้งเวลาไถ่ถอนควรมีช่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี สูงสุดไม่เกิน 10 ปี (ของเดิมนิยมทำสัญญากันเพียงแค่ 3-4 เดือน และหลังจากนั้นก็ค่อยทำใหม่เป็นคราวๆไป) ภาครัฐบอกเหตุผลว่าที่ต้องกำหนดแบบนี้เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลิตผลการกสิกรรมที่ใช้ช่วงเวลาราวๆ 1 ปี

2. สินไถ่ห้ามเกิน 15% ต่อปี หรือเฉลี่ย 1.25% ต่อเดือนจำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แม้กระนั้นเมื่อคำนวณดอกแล้ว จะต้องไม่เกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน

คำนวณนับตั้งแต่วันที่ขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่เจ้าหนี้ขายฝากจะแอบไปทำสัญญาต่างหากให้ลูกหนี้ขายฝากเสียค่าบริการโน่นนี้นั้น เสียค่าใช้จ่ายนี่ เพื่อให้ดอกรวมกันเกิน 15% มิได้ จะสำเร็จให้ดอกเบี้ยทั้งหมดทั้งปวงเป็นโมฆะในทันที ไม่ใช่เป็นโมฆะเฉพาะส่วนที่เรียกเกินอัตรา

3. ผู้รับซื้อฝากจะต้องแจ้งวันไถ่ถอนรวมทั้งปริมาณสินไถ่คืน ก่อนที่จะครบกำหนดไถ่คืน อย่างน้อย 3-6 เดือนโดยแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังคนขายฝากเพื่อผู้ขายฝากรู้ตั้งเวลาไถ่และก็ปริมาณสินไถ่ พร้อมทั้งแนบสำเนาสัญญาขายฝากไปด้วย

ในเรื่องที่ผู้แจ้งมิใช่คนซื้อฝากเดิม ต้องแจ้งไปเหตุว่าผู้ขายฝากจำเป็นจะต้องไถ่กับคนใดกันแน่และก็สถานที่ที่จะต้องจ่ายสินไถ่ถ้าไม่ยอมแจ้งก็จะถูกลงโทษ โดยให้ถือว่าระบุไถ่ถอนหรือระบุจ่ายและชำระหนี้คืนขยายออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ

4. สามารถเลือกไถ่คืนที่แห่งไหนก็ได้ลูกหนี้ขายฝากมีสิทธินำสินไถ่ไปวางทรัพย์สมบัติ ณ สำนักงานวางสมบัติพัสถานหรือ ที่ทำการที่ดินจังหวัดหรือที่ทำการที่ดินที่รับจดทะเบียน โดยไม่จำเป็นควรเป็นสำนักงานที่ดินที่ขึ้นทะเบียนขายฝาก หรือจะวางสินไถ่ไว้ที่สำนักงานสมบัติพัสถานจังหวัดเหมือนเดิม

5. ไถ่คืนล่วงหน้าได้และได้ลดดอกให้สิทธิลูกหนี้คนขายฝากนำสินไถ่มาชำระหนี้ล่วงหน้าก่อนถึงวันระบุไถ่ถอนได้ โดยได้สิทธิลดต้นลดดอก ข้างเจ้าหนี้หรือผู้ซื้อฝากจะมีความรู้สึกว่าปรับได้คล้ายๆกับแบงค์ เป็นค่าเสียโอกาสที่กำลังจะได้ดอก แต่ค่าปรับจำต้องไม่เกิน 2% ของเงินต้น คิดจากวันที่จ่ายก่อนที่จะครบกำหนดจนถึงวันครบกำหนดไถ่

6. สิทธิการใช้ที่ดินระหว่างขายฝากลูกหนี้ขายฝากมีสิทธิใช้ที่ดินถัดไปโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแล้วก็ดอกผลเงินระหว่างการขายฝากเป็นของคนขายฝาก โดยหลังขายฝากที่ดินไปแล้ว ลูกหนี้คนขายฝากยังสามารถใช้ที่ดินทำเกษตรกรรมแล้วก็เป็นที่พักที่อาศัยถัดไปได้

โดยไม่ต้องแบ่งรายได้หรือจ่ายค่าเช่าให้แก่เจ้าหนี้ขายฝากหากในวันลงบัญชีขายฝากลูกหนี้ให้คนอื่นเช่าที่ดินอยู่ก็สัญญาเช่ายังส่งผลต่อไปสมบูรณ์ โดยให้ค่าเช่าเป็นของลูกหนี้คนขายฝาก แต่ถ้าหากลงบัญชีขายฝากไปแล้วลูกหนี้เพิ่งนำที่ดินออกให้คนอื่นเช่าทำทำการเกษตรหรือ

เป็นที่พักอาศัยก็สามารถทำได้เหมือนกัน แต่ว่าให้ตกลงกันเองระหว่างลูกหนี้แล้วก็เจ้าหนี้ว่าคนไหนกันจะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าถ้าเจ้าหนี้ผู้รับซื้อฝากเป็นผู้ได้ค่าเช่าก็ให้นำค่าใช้จ่ายสำหรับเช่านั้นไปหักจากสินไถ่ ทำให้ลูกหนี้ได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง มีเงื่อนไขเพียงแค่นิดเดียวว่าลูกหนี้จะนำที่ดินให้คนอื่นๆเช่าทำพานิชชูรรมมิได้

7. กรณีไม่ไถ่คืนลูกหนี้ขายฝากยังมีสิทธิในผลิตผลต่ออีก 6 เดือนหากแม้มีกฎเกณฑ์ว่ากรณีไม่มาไถ่คืนผู้ขายฝากต้องมอบที่ดินให้กับคนซื้อฝากตามสภาพที่เป็นอยู่เวลานั้น โดยปราศจากสิทธิอะไรก็แล้วแต่ที่คนขายฝากนำมาซึ่งการก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างวิธีขายฝาก

แม้กระนั้นยังกำหนดให้ผู้ขายฝากมีสิทธิในผลผลิตเกษตรกรรมที่มิได้มีลักษณะเป็นส่วนควบของที่ดิน ทั้งนี้ผู้ฝากซื้อจำเป็นจะต้องยินยอมให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ผลิตภัณฑ์การกสิกรรมเข้าไปในที่ดิน เพื่อเก็บหรือย้ายด้านใน 6 เดือนนับแต่วันถึงกำหนดเวลาไถ่ถอ

ขายฝากอย่างฉลาด… โฉนดไม่มีหลุดปัญหาหลักทรัพย์หลุดขายฝาก สามารถกำเนิดได้จากหลายกรณี ตั้งแต่การเลือกผู้ลงทุนรับซื้อฝาก การตกลง หรือหลังลงนามไปจนถึงระยะไถ่ถอนหลักทรัพย์ซึ่งขั้นตอนก่อนกระทำการขายฝาก สมาร์ทฟินน์ได้เคยให้คำปรึกษาให้รอบคอบในบทความก่อนหน้า

สามารถอ่านถึงที่เหมาะนี่ โดยเนื้อหานี้พวกเราจะเอ่ยถึงขั้นตอนก่อนกระทำการขายฝากเพียงโดยประมาณแม้กระนั้นจะเอ่ยถึงกรณีหลังจากทำสัญญาขายฝากเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เป็นระยะช่วงก่อนไถ่คืนหลักทรัพย์ก่อนขายฝากตรวจเช็ค 3

สิ่งให้ครบบริบรูณ์ซะก่อนข้อตกลงและข้อเสนอแนะเทียบข้อแนะนำ และก็ข้อตกลงของผู้รับซื้อฝากแต่ละราย โดยเอามาเทียบเพื่อได้ข้อแนะนำที่เหมาะสมที่สุดความน่าไว้วางใจของแหล่งเงินทุนผู้รับซื้อฝากให้ข้อมูลติดต่อที่น่าไว้วางใจและตรวจดูได้

เพื่อคุ้มครองปัญหาในระยะยาว เพราะว่าการตกลงขายฝากเป็นการทำความตกลงขั้นต่ำ 1 ปี ฉะนั้นอย่างต่ำใน 1 ปีด้านหน้าพวกเราจะยังสามารถติดต่อคนรับซื้อฝากได้ระเบียบวินัยในตนเองประเมินความรู้ความเข้าใจรวมทั้งวินัยของตัวเองเพราะว่าสามารถ

ไถ่คืนได้ทันตามกำหนดคำสัญญาหรือเปล่า นำเงินที่ได้ ไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นต้องกับธุรกิจจริงๆเท่านั้นสามารถศึกษาเนื้อหาข้อควรจะทราบแล้วก็ปฏิบัติก่อนที่จะมีการขายฝากเพิ่มเติมได้ที่บทความ 3 กฎเหล็กจะต้องจำ ก่อนนำหลักทรัพย์ขายฝากระหว่างขายฝาก

เช็คข้อมูลสัญญา จดบันทึกให้เป็นระเบียบเรียบร้อยในขั้นตอนนี้ภายหลังการตกลงขายฝากเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้คนขายฝากจดบันทึก หรือตั้งแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาเนิ่นๆตั้งแต่ 6 เดือน 3 เดือนเพื่อเตือนตนเองว่าใกล้ครบกำหนดคำสัญญาแม้กระนั้นในเวลาเดียวกันทางนายทุนคนรับซื้อฝาก

มีหน้าที่ดังที่กฏหมายกำหนดเป็นวิธีการทำหนังสือแจ้งเตือนคนขายฝากล่วงหน้าอย่างต่ำ 6 เดือนเพื่อคนขายฝากได้ได้โอกาสได้เตรียมพร้อม/ตื่นตัวในการสะสมเงินเพื่อมาไถ่คืนหลักทรัพย์กลับให้ทันตามกำหนดก่อนไถ่ถอนแยกเป็น กรณีมีเงินไถ่ หรือประเมินแล้วว่า

ขาดเงินไถ่กรณีมีเงินพร้อมไถ่คืนให้กระทำนัดหมายวันและเวลากับคนรับซื้อฝากเพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ตามที่ตกลงกันไว้ ตามเดิมแล้วทั่วๆไปเราจะไม่เจอปัญหาจากการที่ผู้ขายฝากมีเงินมาไถ่ถอนกันเยอะแค่ไหนนัก แม้กระนั้นปัญหาที่จะเกิดขึ้นมักเป็นกรณีที่คนรับซ์้อฝากไม่มาให้ไถ่ถอน

แยกเป็น 2 กรณีผู้รับซื้อฝากมาไถ่คืนจัดแจงเงินสินไถ่มาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมเอกสารแสดงตัวตนเพื่อทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์หลักทรัพย์คืนกลับผู้รับซื้อฝากไม่มาไถ่ถอนกรณีที่ผู้ขายฝากพร้อมจะใช้หนี้ไถ่ถอนตามข้อตกลง

แต่ว่าผู้รับซื้อฝากกลับเบี่ยงบ่ายไม่รับจ่ายและชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลทำให้สินทรัพย์ หรือที่ดินที่ขายฝากนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที ไม่รู้จะทำยังไง เงินก็มีพร้อมไถ่ถอนตามที่ได้มีการกำหนด แม้กระนั้นหาคนรับซื้อไม่พบ

ติดต่อไม่ได้ทางแก้ปัญหาหมายถึงให้เอาเงินสินไถ่ไปวางที่ที่ทำการวางสมบัติพัสถาน กรมบังคับคดีนะคะ อย่าทำให้ผ่านเลยวันจบคำสัญญา โดยผลการวางสมบัติพัสถาน ด้านในกำหนดคำสัญญา จะทำให้ลูกหนี้ หลุดจากหนี้สินที่จะต้องชำระ

ในที่นี้ก็หมายถึงที่ดินของเราก็จะไม่ตกไปเป็นเจ้าของของคนรับซื้อฝากอีกต่อไปการจัดการปัญหาโดยแนวทางวางทรัพย์สมบัตินี้มีคนรู้กันน้อยมาก ซึ่งทำให้ผู้ขายฝากพวกนั้นจำต้องเสียที่ดินให้กับผู้รับซื้อฝากไป

ด้วยเหตุดังกล่าวควรนัดพบหรือติดต่อคนรับซื้อฝากตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อจะได้จัดการกับปัญหาได้ทันระบุคำสัญญากรณีขาดเงินไถ่ถอนยังต้องการหลักทรัพย์คืนให้รีบดำเนินงานสนทนากับผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอขยายข้อตกลงต่อ โดยขั้นตอนขยายข้อตกลง

ขึ้นอยู่กับกติกาใหม่ระหว่างผู้ขายฝากรวมทั้งผู้รับซื้อฝากไม่ต้องการที่จะอยากหลักทรัพย์คืนให้คนขายฝากเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆโดยแนะนำให้หาทางขายหลักทรัพย์และนำเงินมาไถ่คืนให้กับผู้รับซื้อฝาก เพราะการขายหลักทรัพย์จะมีผลให้ท่านได้ราคาจากที่ปรารถนา

ภายหลังไถ่ถอนหลักทรัพย์แล้วจะยังมีเงินก้อนเหลือเป็นทุนได้อีกไม่ชี้แนะให้คนขายฝากไม่มีความเอาใจใส่ ปล่อยหลักทรัพย์ให้เสียกรรมสิทธิ์ไปตามวันจบสัญญา เพราะว่าวงเงินที่ได้รับตอนขายฝากนั้นไม่ใช่วงเงิน 100% ของค่าหลักทรัพย์จริง จะมีผลให้คนขายฝากพลาดโอกาสและก็ผลกำไรจากหลักทรัพย์ที่นำไปขายฝาก โดยสามารถศึก

เพราะเหตุไรต้อง ขายฝาก ?

ที่ผู้คนเลือกขายฝากทรัพย์สินกันนั้น เพราะเหตุว่ามีความสำคัญทางด้านการเงิน อยากได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้วผู้ให้กู้ มักเรียกให้นำทรัพย์สินหรือบุคคลมาค้ำประกันการจ่ายและชำระหนี้ด้วย อาทิเช่นการให้นำเงินทองมาจำนองหรือจำนำ และหาบุคคลมารับประกัน

แม้กระนั้นบ่อยครั้งที่หลักประกันเหล่านี้ ไม่อาจจะช่วยรับประกันได้ว่า ผู้ให้กู้จะได้รับใช้หนี้ ผู้ให้กู้ส่วนมากจะบันเทิงใจกว่า ถ้าเกิดผู้ที่ต้องการเงินนำทรัพย์สินมาขายฝาก (ค้ำประกันวงเงิน) แทนนักลงทุน_ขายฝากขายฝาก เป็นยังไงขายฝาก

เป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์(ความเป็นเจ้าของ) ในเงิน จะกลายเป็นของผู้ซื้อฝากโดยทันที เหมือนสัญญาซื้อขายทั่วๆไป แต่แตกต่างกันตรงที่ คนขายฝากสามารถไถ่คืนเงินทองนั้น คืนไปได้ตามข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้ขายฝากก่อนขายจริงซึ่ง จุดเด่น ของ วิธีขายฝาก

ก็คือ สิทธ์การครอบครอง ที่พวกเราสามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นของพวกเราได้(ในระยะเวลาระบุของข้อตกลง) แม้ว่าจะขายฝากไปแล้ว เมื่อเทียบกับการขายขาดที่เป็นการเปลี่ยนผู้ครอบครองถาวร ที่สำคัญคือวงเงินที่สมควร ทำให้หาผู้บริโภคฝากได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายสำหรับการทำประชาสัมพันธ์ ลงประกาศขายกรณีข้อตกลงขายทั่วไปขายแบบทั่วไป ขั้นตอนของคำสัญญาขายทั่วๆไป

1. ประกาศขาย ตั้งราคาขายที่เหมาะสมเพื่อเย้ายวนใจให้คนซื้อสนใจ

2. แลกเปลี่ยน คนขายจะได้เงิน ส่วนผู้ซื้อจะได้รับโฉนด ทำข้อตกลงที่กรมที่ดิน แล้วก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเงินทองนั้นๆกรณีคำสัญญาขายฝากขายฝากขั้นตอนของสัญญาขายฝาก

1.ประกาศขายฝาก ผู้ต้องการขายฝาก ระบุช่วงเวลาข้อตกลงที่จะไถ่คืน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจกับผู้ซื้อฝาก

2.แลก ผู้ขายฝากจะได้รับเงินสดทันทีข้างหลังลงลายลักษณ์อักษรที่กรมที่ดิน ส่วนผู้บริโภคฝากจะได้รับโฉนดรับประกัน

3.เมื่อครบกำหนดสัญญา คนขายฝากจำเป็นต้องนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินคืน+ดอกเบี้ย ส่วนคนซื้อฝากก็จะคืนโฉนด เป็นอันเป็นระเบียบ

แนวทางการขายฝาก – สิทธิไถ่คืน

เนื่องจากฎหมายขายฝากเป็นกฎหมายที่เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุดกฎหมายหนึ่งที่โดยมากชอบถูกใช้เป็นอุปกรณ์ของผู้ลงทุนเสาะหาลู่ทางการเข้าถือสิทธิ์ที่ดินจากราษฎรที่ปราศจากความรู้เพียงพอสรุปข้อควรปฏิบัติตาม

1. ดอกเบี้ยห้ามเกิน 15% แม้ว่าจะจ่ายไปเกินมาตลอดเพราะว่าโดนบังคับแม้กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้สัญญาขายฝากเป็นโมฆะอีกทั้งฉบับอะไร

2. จำเป็นต้องลงบัญชีการขยายระยะเวลาต่อเจ้าหน้าที่ เสมอ

3. ห้ามเลยช่วงเวลาไถ่โดยเด็ดขาดโดยมากคนเขียนมักจะได้ยินเสมอว่านายทุนจะใช้ช่องโหว่ของข้อบังคับมาเอาเปรียบ แต่ว่าคดีจำนวนมากไม่ใช่ช่องโหว่ของกฎหมายแต่ประการใด แต่เป็นข่องแหว่งของการเรียนรู้หัวข้อสำคัญสำหรับการครองชีพในสังคมของผู้คนโดยปกติ

*ในเวลาที่นักเขียนกำลังเขียนบทความนี้รัฐบาลปัจุบันมีความประสงค์จะปรับแก้ข้อบังคับขายฝาก แม้กระนั้นยังไม่มีการประกาศการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด

TerraAdsพึงระวังการอ่านข้อมูลใดๆก็ตามทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับข้อกฎหมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นกฎหมายฉบัยนี้เพราะกฎหมายนี้สำคัญมาก คนเขียนชี้แนะให้อ่านช้าๆโดยละเอียด

ไม่ต้องไปหาบทย่อยใจความใดๆเพราะไม่ยากรวมทั้งเข้าใจง่ายแนวทางการขายฝากเปรียญพ.พ. มาตรา 491 ถึง 502อันว่าขายฝากนั้นคือ ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของในสินทรัพย์ตกไป ยังคนซื้อโดยมีกติกากันว่าคนขายบางทีอาจไถ่สินทรัพย์นั้นคืนได้

1. ข้อตกลงขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของ ในทรัพย์สินตกไปยังผู้บริโภค โดยคนซื้อ ตกลงในขณะทำข้อตกลงว่า คนขายมีสิทธิไถ่สินทรัพย์นั้นคืนได้ด้านในตั้งเวลาเท่าไร แต่จำเป็นต้องไม่เกินในขณะที่ข้อบังคับกำหนดไว้ ดังเช่น ขายที่ดินโดยมีกติกาว่า

ถ้าเกิดคนขาย ปรารถนาซื้อคืน ผู้บริโภคจะยอมขายคืนแบบนี้ถือได้ว่ากติกาให้ไถ่คืนได้ข้อตกลงที่ว่า ” คนขายบางทีอาจไถ่ทรัพย์สมบัติคืนได้ ”

*มีความหมายว่าเจ้าของตกไปโดยทันที ผู้ขายมีสิทธิไถ่ ต่างกับการจะจำนองที่ดินเป็นอย่างมาก เพราะหากว่าไม่มีเงินไถ่ เจ้าหนี้จำต้องฟ้องบังคับจำนองกับศาลแต่ว่าขายฝากไม่ต้อง

2. ข้อตกลงนี้จะต้องมีขึ้นในเวลาที่ลงนามซื้อ ขายกันเพียงแค่นั้น ถ้าสร้างขึ้นภายหลังจากที่ได้ทำความตกลงจำหน่ายกันแล้ว คำสัญญาดังที่กล่าวมาแล้วไม่ใช่ คำสัญญาฝากขาย แต่เป็นเพียงแต่คำมั่นว่าจะ ขายคืน เพียงแค่นั้น

3. ทรัพย์สินทุกหมวดหมู่ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม ได้แก่ ที่ดิน ที่สวน ไร่ บ้าน รถยนต์ เรือ เกวียน ทีวี ฯลฯ ย่อมสามารถ ขายฝากได้เสมอ

4. ถ้าหากเป็นการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ อาทิเช่น ที่ดิน ที่นา บ้าน อื่นๆอีกมากมาย ต้องทำเป็นหนังสือและก็ ลงบัญชีต่อบุคลากรเจ้าหน้าที่ ในเรื่องที่ เป็นที่ดินต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ถ้าหากเป็นบ้านก็ ลงทะเบียนต่อ ที่ว่าการอำเภอที่บ้านนั้นตั้งอยู่ หากไม่ปฏิบัติตามนี้แล้ว จัดว่า สัญญาขายฝากนี้เสียเปล่า เป็นอันใช่ไม่ได้ พอๆกับว่า ไม่ได้ทำสัญญากันเลย

5. ถ้าเป็นการขายฝากสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ ดังเช่นว่า แพ เรือยนต์ สัตว์พาหนะ ฯลฯ จำเป็นต้องทำ เป็นหนังสือ และก็จดทะเบียนต่อพนักงานข้าราชการ โดยเรือควรต้องขึ้นทะเบียนที่ กรมเจ้า ท่า สัตว์พาหนะและก็จำเป็นต้อง ลงบัญชีที่อำเภอ หากไม่ทำตามอย่างนี้แล้วจัดว่าสัญญาขาย ฝากจะเสียเปล่า ใช้บังคับไม่ได้เลย

6. หากเป็นการขายฝากสังหาริมทรัพย์ประเภทปกติ ข้อบังคับมิได้กำหนดไว้ว่า จะต้องทำเป็น หนังสือ และจดทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการ ดังเช่นว่า รถยนต์ ตู้เย็น แหวน สร้อย นาฬิกา ทีวี ฯลฯ วิธีขายฝากจำพวกนี้ ควรมีหลักฐาน เป็นหนังสือลงชื่อข้างที่ต้องรับ

ผิดถูกใจเป็นสำคัญ หรือควรมีการวางมัดจำหรือต้องมีการชำระหนี้นิดหน่อย ประการใด อย่างหนึ่งก็ได้ ถ้าหากไม่ประพฤติตามนี้แล้วกฎหมายจัดว่า ข้อตกลงขายฝากรายนี้ต้องห้ามมิให้มี การฟ้องร้องบังคับคดี

7. สำหรับเพื่อการตกลงขายฝากคู่สัญญาจะตกลงกันไม่ให้ผู้ซื้อฝาก ขายเงินทอง ที่ขายฝาก ก็ได้ แต่ว่าถ้าหากผู้ซื้อฝากละเมิด ข้อตกลงที่กำหนดในข้อตกลงโดยนำเงินที่ขายฝากไป จัดจำหน่ายให้ผู้อื่น ผู้ซื้อฝากควรต้องรับผิดชดเชย ความย่ำแย่อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแก่คนขายฝาก

กลับสู่หน้าหลัก