Tue. Oct 4th, 2022

ฝากขายบ้านชลบุรี

ฝากขายบ้านชลบุรี

ฝากขายบ้านชลบุรี จำนอง เป็นยังไงจำนองเป็นคำสัญญากู้หนี้ยืมสิน ที่ใช้หลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์บางชนิดที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วตามกฎหมาย แต่จะไม่มีการโอนเงินทอง เป็นแค่การนำสินทรัพย์นั้นไปขึ้นทะเบียนเพื่อยี่ห้อไว้เป็นประกันเท่านั้น โดยจำเป็นจะต้องทำสัญญาต่อหน้าต่อตาเจ้าพนักงาน ณ กรมที่ดินเหมือนกันกับวิธีขายฝากส่วนในกรณีที่ลูกหนี้กำเนิดไม่ทำตามสัญญาไม่สามารถที่จะจ่ายและชำระหนี้ได้

ฝากขายบ้านชลบุรี

ผู้รับจำนองก็ยังไม่สามารถยึดทรัพย์สินโดยชอบด้วยกฎหมายได้ เนื่องจากว่าทรัพย์สินนั้นยังเป็นเจ้าของของลูกหนี้อยู่ ซึ่งเจ้าหนี้ควรต้องไปฟ้องศาลตามกฎหมายเพื่อศาลบังคับกับลูกหนี้ลูกหนี้ก่อน แล้วจึงนำสินทรัพย์นั้นไปขายทอดตลาดที่กองบังคับคดี เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ใช้สิน โดยข้อตกลงจำนอง ไม่มีอายุความ แม้กระนั้นจะมีการระบุระยะเวลาชำระหนี้เท่านั้น

ขายฝาก กับ จำนำ ไม่เหมือนกันยังไงสิ่งที่การทำข้อตกลงแบบขายฝากรวมทั้งจำนองแตกต่าง มีดังนี้

1. ลักษณะข้อตกลงจำนอง : ลูกหนี้ไม่ต้องโอนเงินไปอยู่ในมือเจ้าหนี้ขายฝาก : ลูกหนี้ต้องโอนทรัพย์สินไปอยู่ในมือเจ้าหนี้

2. กรณีทำผิดสัญญาจำนอง : ถ้าหากครบคำสัญญาแล้ว ลูกหนี้สามารถจ่ายดอก เพื่อขอยืดเวลาได้อีกไม่เกิน 5 ปี หรือผู้รับจำนองจะฟ้องคดีเพื่อบังคับคดี แล้วให้กองบังคับคดีประมูลขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ซึ่งระหว่างที่โดนฟ้อง

ทรัพย์สินนั้นจะไม่สามารถนำมาขายได้ขายฝาก : ลูกหนี้จะต้องมาไถ่ถอนภายในช่วงระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา หากไม่ทันเวลาเวลาตามกฏหมายสามารถเพิ่มเวลาขายฝากกี่ครั้งก็ได้

ทีละนานเท่าไรก็ได้ แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ และไม่เกิน 3 ปี สำหรับสังหาริมทรัพย์ แม้กระนั้นหากไม่มีการขอต่อสัญญา เงินจะตกเป็นของเจ้าหนี้ในทันที

3. ค่าลงบัญชีจำนำ : เสียค่าบริการอัตรา 1% จากวงเงินที่นำมาจำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาทขายฝาก : เสียค่าบริการ 2% จากราคาประเมิน แล้วก็จำเป็นต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และก็อากรแสตมป์ดังที่กฎหมายระบุ

สรุป 7 สาระสำคัญ พ.ร.บ. ทวงหนี้ 2558 ที่มีผลต่อเจ้าหนี้ – ลูกหนี้โดยตรง

โดย เจ้าของร้านพ.ร.บ.ทวงหนี้ 2558 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่่ 2 เดือนกันยายน 2558 เป็นต้นไป สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เกิดเรื่องที่ทั้งยังเจ้าหนี้และลูกหนี้จะต้องรู้ให้ชัดแต่ก่อนพวกเราชอบได้ยินข่าวเรื่องที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ข่มขู่

ทำร้ายอยู่เสมอๆสร้างความไม่สบายใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง จนนำมาซึ่งการออกเป็น พ.ร.บ.ทวงหนี้ 2558 สุดท้าย โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายน 2558 เป็นต้นไป เพื่อให้ความเที่ยงธรรมแก่อีกทั้งลูกหนี้รวมทั้งเจ้าหนี้ ทั้งนี้กระปุกดอทคอมได้สรุป 7

สาระสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ของเจ้าหนี้ ซึ่งก็มีความเด่นชัดในด้านของการคุ้มครองป้องกันลูกหนี้ไม่ให้ถูกกระทำการอันเป็นการข่มขู่ทำให้รู้สึกกลัวหรือรังแกจากเจ้าหนี้ ส่วนรายละเอียดแล้วก็รายละเอียดจะเป็นเยี่ยงไรนั้น ดูได้จากสรุปสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้เลย

1. คำจำกัดความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ (มาตรา 3)ผู้ทวงถามหนี้สิน หมายถึง เจ้าหนี้หมายถึงผู้ให้กู้เงิน ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้, บริษัทรับทวงหนี้ ฯลฯ ไม่ว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ถูกกฎหมาย รวมทั้งทั้งยังการยืมเงินในระบบและก็นอกระบบลูกหนี้

คือ ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา และรวมทั้งผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลปกติด้วยธุรกิจทวงหนี้หนี้ คือ แนวทางการทำเป็นธุรกิจรับจ้างทวงหนี้ โดยต้องขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้สินต่อนายทะเบียนด้วย (มาตรา 5)

2. ห้ามทวงหนี้กับผู้ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ (มาตรา 8)อย่างไรก็แล้วแต่ มีข้อละเว้นในกรณีที่ลูกหนี้เจาะจงไว้ว่าให้ทวงถามไปยังบุคคลนี้ได้ ซึ่งจำต้องปฏิบัติตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ผู้ทวงหนี้ต้องรายงานตัว แจ้งชื่อ-สกุล แล้วก็แสดงเจตนาว่าจะถามหาข้อมูลเพื่อติดต่อกับลูกหนี้ห้ามเล่าว่าลูกหนี้เป็นหนี้เป็นสินอะไร

ยังไง นอกเสียจากว่าคนที่เจ้าหนี้ไปติดต่อทวงหนี้นั้นเป็น สามี ภรรยา พ่อแม่ ลูก (ของลูกหนี้) กรณีนี้สามารถเล่าให้ฟังได้เท่าที่จำเป็นและสมควร เพราะเหตุว่านับได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายของลูกหนี้ห้ามใช้เนื้อความ เครื่องหมาย

ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้สินบนซองสำหรับใส่จดหมาย เพื่อคนอื่นๆเห็นแล้วรู้ได้ในทันทีว่าบุคคลนี้กำลังถูกทวงหนี้อยู่ห้ามทำให้คนอื่นรู้ผิด เป็นต้นว่า การลวงถามคนอื่นๆ เพื่อได้ข้อมูลติดต่อกับลูกหนี้แม้ฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งยังจำทั้งปรับ (มาตรา 39)

3. การทวงหนี้ให้ปฏิบัติตามที่กำลังจะกล่าวในต่อไปนี้ (มาตรา 9)ติดต่อลูกหนี้ดังที่อยู่ที่ให้ไว้ โดยติดต่อทางบุคคล โทรศัพท์ หรืออีเมลสามารถติดต่อได้เฉพาะในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-20.00 น. และในวันหยุดราชการ 08.00-18.00 น. เท่านั้น

นอกจากในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อได้ตรงเวลาดังกล่าว ให้ติดต่อได้ในช่วงเวลาอื่นให้ติดต่อตามปริมาณครั้งที่สมควรกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจให้ทวงหนี้ต้องแสดงหลักฐานเพราะตัวเองได้รับมอบหมายมา

4. ข้อที่ไม่อนุญาตสำหรับในการทวงหนี้ (มาตรา 11)ห้ามข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสภาพทางด้านร่างกายหรือเงินทองของลูกหนี้ห้ามพูดจาไม่สุภาพ ลบหลู่ดูหมิ่นห้ามเผยเนื้อความที่เป็นหนี้เป็นสินกันให้คนอื่นๆทราบ

เว้นแต่ไปทวงหนี้กับผู้ที่เป็นผัว เมีย บิดามารดา หรือลูก (ของลูกหนี้)หากทวงหนี้ทางไปรษณีย์ เอกสารเปิดผนึก โทรสาร ห้ามเจาะจงข้อความที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นการทวงหนี้อย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นบอกเล่าบังคับจำนองด้วยการประกาศทางหนังสือพิมพ์

ในเรื่องที่เจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้ได้โดยแนวทางการอื่นห้ามใช้เนื้อความ สัญลักษณ์ ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้สินบนซองที่มีไว้เพื่อใส่จดหมายถ้าฝืนมีโทษติดคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำอีกทั้งปรับ

5. ห้ามทวงหนี้แบบหลอกให้เข้าใจผิด (มาตรา 12)ห้ามส่งเอกสารที่ทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดว่าเป็นการทำของศาล ตัวอย่างเช่น ผู้ทวงหนี้ส่งเอกสารที่มีตราครุฑมาให้ลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้รู้ผิดว่าเป็นการกระทำของศาลห้ามทำให้ลูกหนี้เชื่อว่ามีการส่งหนังสือบอกเล่าทวงหนี้ (Notice)

จากทนายความ หรือที่ทำการกฎหมายห้ามทวงถามหนี้สินด้วยข้อความที่ทำให้ลูกหนี้เข้าใจว่าจะถูกดำเนินคดี หรือถูกยึด หรืออายัดทรัพย์ หรือค่าจ้างรายเดือนถ้าเกิดละเมิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งยังจำอีกทั้งปรับ

6. การทวงถามหนี้ไม่ยุติธรรม (มาตรา 13)ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้สอยสำหรับเพื่อการทวงหนี้หนี้สินในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดห้ามเสนอให้ลูกหนี้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ ทั้งที่รู้ดีว่าลูกหนี้ไม่มีเงินจ่ายและชำระหนี้ตามเช็ค แม้ฝืนมีโทษติดคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

7. ห้ามข้าราชการของเมืองเกี่ยวเนื่องกับการทวงหนี้สิน (มาตรา 14)เจ้าหน้าที่รัฐ ดังเช่นว่า ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ พนักงาน ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในส่วนราชการ ห้ามประกอบธุรกิจรับทวงหนี้ หรือไปช่วยผู้อื่นทวงหนี้ที่ไม่ใช่หนี้สินของตน (มาตรา 14)

นอกจากถ้าหากหนี้สินนั้น เป็นหนี้ของผัว เมีย บิดามารดา หรือลูก ก็เลยสามารถทำได้ภายใต้กรอบของข้อบังคับ ถ้าหากฝืนมีโทษติดคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำอีกทั้งปรับภายหลังจากนี้คงจะจำต้องติดตามกันถัดไปว่าปัญหาเรื่องการทวงหนี้อย่างไม่ถูกกฎหมายจะต่ำลงหรือเปล่า

รวมทั้งปฏิกิริยาจากบรรดาเจ้าหนี้ที่อาจจะมีฟีดแบ็คต่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในด้านลบ ด้วยเหตุว่าจะมีความเห็นว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีประโยชน์สำคัญค่อนข้างจะโน้มเอียงไปในทางคุ้มครองป้องกันลูกหนี้จากการเช็ดกทวงหนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าลูกหนี้จะใช้ช่องว่างตรงนี้สำหรับเพื่อการหลีกเลี่ยงการจ่ายชำระหนี้หรือเปล่า

ธนาคารชาติ คลอด 3 แผนการใหม่ เยียวยาลูกหนี้ผิดนัด ดีเดย์เร็วสุด

โดยจะจ่ายดอกเบี้ยไม่ถูกจ่ายและชำระหนี้ต่ำลง การตัดงวดที่ลดเงินต้นได้เร็วขึ้นลูกหนี้ผิดนัดวันที่ 8 พ.ย. 2563 นางมั่งมีญนิตย์ นิยมการ ฝากขายบ้าน อุบลราชธานี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธนาคารแห่งประเทศไทย)

เผยออกมาว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย มีการออกประกาศระบุหลักเกณฑ์หัวข้อการคิดดอกเบี้ยผิดนัดจ่ายหนี้แล้วก็การตัดจ่ายหนี้ เพื่อช่วยลดภาระหน้าที่หนี้แก่สามัญชน มีทั้งผอง 3 เรื่องด้วยกัน ดังนี้

1. การคิดดอกเบี้ยผิดนัดจ่ายหนี้บนฐานของเงินต้นที่ผิดนัดจริงแค่นั้น ไม่รวมส่วนของเงินต้นค่าผ่อนส่งในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต่างจากของเดิมคือ

ถ้าหากมีการผิดใช้หนี้ใช้สินเพียงแต่งวดเดียว ผู้ให้บริการสามารถคิดดอกเบี้ยได้จากเงินต้นอาจจะค้างทั้งปวง ทำให้ราคาดอกผิดนัดสูงมากมายลูกหนี้ผิดนัดภาพจาก ธนาคารชาติ
2. การกำหนดอัตราค่าดอกเบี้ยผิดนัดจ่ายและชำระหนี้ ที่อัตราดอกเบี้ยตามข้อตกลงบวกไม่เกิน 3% กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเกิดอัตราค่าดอกเบี้ยตามสัญญาเป็น 8%

ผู้ให้บริการทางการเงินจะกำหนดอัตราค่าดอกเบี้ยผิดนัดชำระได้ไม่เกิน 11% โดยจะต้องคำนึงถึงเรื่องราวจ่ายหนี้ก่อนหน้านี้ด้วย จากเดิมนั้นจะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 15%, 18% หรือ 22%ลูกหนี้ผิดนัดภาพที่เอามาจาก ธนาคารชาติ

3. การกำหนดลำดับการตัดใช้หนี้โดยให้ ตัดค่าผ่อนส่งที่ติดนานที่สุดเป็นลำดับแรก เพื่อให้ลูกหนี้รู้ลำดับการตัดหนี้ที่กระจ่างแจ้ง แล้วก็ช่วยลดเงินต้นได้มากขึ้น สามารถอ่านเนื้อหาได้ที่นี่อ่านข่าวสาร : แบงก์ชาติ ออกแนวทางตัดจ่ายหนี้แบบใหม่ ดีเดย์ 1 เดือนกรกฎาคม 64 ลูกหนี้จำเป็นต้องดู

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนกู้รถ !ลูกหนี้ผิดนัดภาพจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับกฎดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนั้นจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2564 อย่างไรก็ดี การผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ม.ย. 2564

ผู้ให้บริการทางด้านการเงินสามารถนำวิธีการตามประกาศฉบับใหม่มาใช้ตรึกตรองเว้นเสียแต่หรือผ่อนปรนดอกผิดนัดจ่ายและชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามควรส่วนหัวข้อการ ละเว้นเรื่องลำดับการตัดหนี้สิน จะเริ่มในวันที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งจัดว่าแตกต่างจากแผนการอื่นๆขอบคุณข้อมูลที่ได้รับมาจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

กลับสู่หน้าหลัก